ประโยชน์ของชาอู่หลง
1. ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดแข็งตัว
2. ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดตีบตัน
3. ช่วยป้องกันโรค Alzheimer
4. ช่วยป้องกันโรคต้อกระจกตา
5. ช่วยป้องกันโรค Oxidative stress
6. ช่วยป้องกันโรคไขข้ออักเสบ
7. ช่วยบำรุงผิวพรรณ ช่วยชะลอความชรา
8. ช่วยต้านโรคมะเร็ง
9. ช่วยป้องกันโรคหัวใจ
10. ช่วยป้องกันโรคเบาหวาน และน้ำตาลในเลือด
11. ช่วยดับกลิ่นปาก ป้องกันฟันผุ
12. ช่วยต้านจุลินทรีย์ (สาเหตุของโรคอาหารเป็นพิษ)
13. ช่วยละลายไขมัน ทำให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น
14. ช่วยต้านอนุมูลอิสระ (ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคมะเร็งต่าง)
15. ช่วยลดคลอเรสเตอรอล (ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ฮอร์โมนทางเพศลดลง)
ชา กับการออกฤทธิ์เป็น Antioxidants

คุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ : สารจำพวก Catechins น่าจะเป็นสารในชาที่มีศักยภาพในด้านประโยชน์กับสุขภาพมากที่สุด ฤทธิ์ของสารพวกนี้ คือ เป็น antioxidant ที่ช่วยจัดการ ions ของโลหะหนัก, oxygen species และ อนุมูลอิสระ จากการศึกษาพบว่า EGCG สามารถยับยั้งการทำงานของ Lipoxygenase ในถั่วเหลือง (IC 50=10-20 µMn) (Ho et al, 1892) นอกจากนั้น EGCG ยั้งสามารถยับยั้งการเปลี่ยนแปลงของเบสในดีเอ็นเอของ Hela cells (Bhimani et al, 1993) ยับยั้งการเกิด oxidation ของ low-density lipoprotein (LDL)(Miura etal,1995) ลดการเกิด Peroxidation ของไขมัน (Yochino et al,1944) ยับยั้งการสร้าง reactive oxygen species (ROS) ที่ได้จาก NADPH (Blazovics et al, 2000) EGCG ที่เข้มข้นต่ำๆ ยังสามารถยับยั้งการเกิดความเสียหายของดีเอ็นเอของ Jurkat T-cell โดย Hydrogen peroxide และ 3-morpholinosydnonimine อย่างไรก็ตาม EGCG ที่มีความเข้มข้นสูงสามารถจะทำให้เกิดการทำลายดีเอ็นเอของเซลล์ได้ (Johnson and Loo, 2000)
Catechins ในชานั้นพบว่าเป็น antioxidant ที่ดีกว่าวิตามิน C, E, tocopherols และ β-carotene (Tang and Meydani, 2001) ทั้งนี้พบว่าสารสกัด catechins บริสุทธิ์มีคุณสมบัติในอนุมูลอิสระได้ไม่ดีเท่ากับ crude extract ของชา ซึ่งหมายความว่า คุณสมบัติในอนุมูลอิสระนี้ต้องเกิดจากสารประกอบในชาหลายๆ ตัวออกฤทธิ์ร่วมกัน (Vinson and Dabbagh, 1998) Lin และคณะ (2000) ศึกษาปริมาณ catechins ในชาจีน พบว่า ชาเขียวมีปริมาณ catechins สูงที่สุด(72.9 mg/g ของใบชา) ชาอูหลงและชาดำมีปริมาณน้อยลงมาตามลำดับ อย่างไรก็ตามการเติมนมลงในชาจะทำให้คุณสมบัติในอนุมูลอิสระหายไป เนื่องจากโปรตีนในนมจะไปจับกับ polyphenols ในชา
คุณสมบัติต้านมะเร็ง : จากการศึกษากลุ่มประชากรที่บริโภคชาในประเทศจีนและญี่ปุ่น พบว่า ชาเขียวมีคุณสมบัติช่วยป้องกันมะเร็งหลายชนิด ทั้งมะเร็งในปอด, ต่อมลูกหมาก, เต้านม, ลำไส้ใหญ่, ตับ, กระเพาะอาหาร ฯลฯ เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถลดขนาดของเนื้องอกในสัตว์ทดลองได้ (Siro and Young, 2000; Sueoka et al, 2001)
จากการศึกษาพบว่า polyphenols จะไปยับยั้งการทำงานของระบบเอนไซม์ cytochrome P-450 (phase I enzyme) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกระตุ้นการเกิดสารก่อมะเร็ง (Hazaniya et al, 1997) นอกจากนี้ยังพบว่า polyphenols ช่วยการทำงานของ phase II enzyme เช่น glutathione transferase ซึ่งระบบเอนไซม์นี้มีความสำคัญในการจำกัดสารก่อมะเร็งออกจากร่างกาย (McCarty, 1997; Mukhtar and Ahmad, 1999) EGCG เชื่อว่าสามารถยับยั้งการเกิดมะเร็งโดยไปยับยั้งการทำงานของ urokinase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่พบบ่อยที่สุดในการเกิดมะเร็งในมนุษย์ (Nakachi et al, 1998) อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ถูกพบว่าความเข้มข้นที่ใช้ของ EGCG เพื่อก่อให้เกิดผลดังกล่าวสูงมากกว่าปริมาณ EGCG ที่พบในชามาก (Mukhtar and Ahmad, 1999)
Polyphenols สามารถยับยั้งปฏิกิริยาการเกิด nitrosamines ได้ทั้ง in vitro และ in vivo (Tanaka et al, 1998; Wang and Wu, 1991; Wu et al, 1993) และสามารถลดการจับของสารก่อมะเร็งกับดีเอ็นเอ (Katiyar et al, 1992) Polyphenols ทำให้เกิดการเพิ่มการทำงานของ glutathione peroxidase และ catalase ในลำไส้, ตับ และปอดของหนูทดลอง ซึ่งเอนไซม์พวกนี้จะไปยับยั้งการผลิต peroxide ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการกลายพันธุ์ของดีเอ็นเอ
Polyphenols ยังช่วยส่งเสริมการเกิด apoptosis ของ cancer cell lines ของต่อมลูกหมาก, ต่อมน้ำเหลือง, ลำไส้ใหญ่ และปอด (Taraphder et al, 2001) ซึ่งการควบคุม apoptosis นี้ น่าจะเป็นประโยชน์ในการจัดการรักษาและป้องกันมะเร็งได้ ซึ่งจากการศึกษาหลายแหล่งพบว่า polyphenols น่าจะช่วยให้เกิด apoptosis ได้ โดยการลดการสร้าง tumorneurosis facter (TNFα) (Fujiki et al,1998; Fujiki et al, 2000; Mukhtar and Ahmad, 1999; Siro and Young, 2000; Sueoka et al, 2001; Sun et al, 2002)
ชาเขียวสามารถป้องกันรังสี UV และ ROS ที่เป็นอันตรายต่อผิวหนังได้ ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นโดยกระบวนการ apoptosis และยับยั้ง peroxidation ของไขมัน (Taraphdar et al, 2001) การทดลองหา EGCG ที่ผิวพบว่าช่วยลดผลจาก UV ที่ทำให้เกิด erythema, edema และ hypersensitivity (Mukhtar and Ahmad, 1999) polyphenols ยังสามารถยับยั้งสารก่อมะเร็งในผิวหนัง เช่น okadaic acid และ teleocidin (Fujiki et al, 2000)
มะเร็งที่เกิดในมนุษย์ส่วนใหญ่ เป็นผลมาจากสารก่อมะเร็งที่มีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในดีเอ็นเอ Polyphenols นั้นสามารถกระตุ้นการซ่อมแซมดีเอ็นเอ โดยการเกิด nucleotide oxidation ซึ่งจะกำจัดเบสของดีเอ็นเอที่ผิดปกติ (Miyajima and Hara, 1999) นอกจากนั้นโครงสร้างของ Polyphenols นั้นยังเป็น nucleophilic ซึ่งจะไปทำปฏิกิริยากับสารก่อมะเร็งที่เป็น electriphilic ซึ่งจะทำให้เป็นการป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง (Kim and Masuda, 1997)
EGCG มีผลยับยั้งการเกิด nitric oxide (NO) ซึ่งเป็นสาระสำคัญที่ทำให้เกิดการอักเสบและการเกิดมะเร็ง โดย EGCG จะไปยับยั้งการสร้างสาร nitric oxide synthase (NOS) โดยการลดการสร้าง transcription factor ของ NOS (Mukhtar and Ahmad, 1999)
มีรายงานว่าชาเขียวนั้นสามารถนำมาใช้ประกอบการทำเคมีบำบัด (Sadzuka et al, 1998; Suganuma et al, 2000; และ Suganuma et al, 2001) ชาเขียวจะช่วยส่งเสริมฤทธิ์ของยาต้านมะเร็ง ซึ่งยาต้านมะเร็งนี้ โดยปกติอาจออกฤทธิ์ทำลายเซลล์ปกติด้วย ชาเขียวจะไปช่วยทำให้ความเข้มข้นของยาต้านมะเร็งสูงขึ้นในเซลล์มะเร็ง โดยไม่กระทบกับความเข้มข้นในเซลล์ปกติ (Sadzuka et al, 1998; Suganuma et al, 1999 และ Suganuma et al, 2001) การศึกษาด้านประชากรในประเทศญี่ปุ่นและจีน ซึ่งประชากรดื่มชาเขียวเป็นจำนวนมาก (มากกว่า 10 ถ้วยต่อวัน) พบว่าการลดลงของความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งในผิวหนัง, หลอดลม, กระเพาะ, เต้านม, ปอด และกระเพาะปัสสาวะ (Fujiki etal, 2000; Hirota et al, 1998; Hirota et al, 1999; Suga et al, 1998; Yamane, 2000 และ Yang et al, 2000)
คุณสมบัติป้องกันโรคหัวใจ : จากการศึกษาพบว่า polyphenols สามารถช่วยลดการเกิด oxidation ของ low-density lipoprotein (LDL) cholesterol ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ (Weisburger, 1999) นอกจากนี้ยังพบว่าชาเขียวสามารถช่วยลดปริมาณ LDL, very low-density lipoprotein (VLDL) และ triglyceride (Muramatsu et al, 1986) และยังช่วยเพิ่มปริมาณ high-density lipoproteins (HDL) ในกระแสเลือด (Yokozawa et al, 2002) ซึ่งการมีปริมาณ triglyceride ต่ำ และ HDL สูงนี้สะท้อนถึงสุขภาพของระบบหัวใจที่ดี นอกจากนี้ยังพบว่า polyphenols ช่วยความคุมความดันโลหิตสูง โดยไปยับยั้ง angiotensis-I converting enzyme (ACE)
คุณสมบัติต้านโรคเบาหวาน : การศึกษาในหนูทดลอง พบว่า polyphenols สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดของหนูที่เป็นเบาหวาน (Gomes et al, 1995) polyphenols ลดระดับน้ำตาลในเลือดโดยยับยั้งการทำงานของ amylase ซึ่งเป็นเอนไซม์ย่อยแป้ง polyphenols ยับยั้งการทำงานของ amylase ทั้งในน้ำลายและลำไส้ ซึ่งผลที่เกิดขึ้นคือ แป้งจะถูกย่อยช้าลง ทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของน้ำตาลในเลือดเป็นไปอย่างช้าๆ นอกจากนั้นชาเขียวยังลดการดูดซึมของกลูโคสที่ลำไส้ (Deng and Tao, 1998; Gomes et al, 1995)
คุณสมบัติป้องกันฟันผุ : Polyphenols ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องปาก ซึ่งมีทั้งแบคทีเรียที่ก่อโรคในช่องปาก Porphyromonas gingivilis และ แบคทีเรียที่ทำให้ฟันผุ Stretococcus mutans (Hara, 1997; Sakanaka, 1997) นอกจากนั้นการที่ polyphenols ยับยั้งการทำงานของ amylase ในน้ำลาย ช่วยให้การผลิตกลูโคสและมอลโตสน้อยลง ลดปริมาณอาหารของแบคทีเรียที่ทำให้เกิดฟันผุ นอกจากนี้ยังช่วยให้เคลือบฟันแข็งแรงต้านทานการผุ
คุณสมบัติต้านจุลินทรีย์ : Polyphenols มีคุณสมบัติในการต้านแบคทีเรีย เชื่อกันว่า polyphenols ทำลายเยื่อหุ้ม cell ของแบคทีเรีย การดื่มชาสามารถใช้รักษาโรคท้องร่วง และโรค typhus (Shetty et al, 1994) catechins สามารถฆ่า spores ของ Clostridium botulinum ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอาหารเป็นพิษ และยังสามารถฆ่าแบคทีเรียที่ทนความร้อน เช่น Bacillus subtilis, B. cereus, Vibrio parahaemolyticus และ C. perfringens (Chou et al, 1999)
คุณสมบัติต้านโรคอ้วน : Polyphenols สามารถยับยั้ง catechol-O-methyl transferase จึงช่วยกระตุ้นการสร้างความร้อนของร่างกาย ซึ่งช่วยเผาผลาญพลังงานและช่วยการจัดการกับโรคอ้วน (Baldessarini and Greiner, 1973) ทั้งยังมีคุณสมบัติในการชะลอการปล่อย glucose สู่กระแสเลือด ดังที่กล่าวมาแล้วในเรื่องคุณสมบัติต้านโรคเบาหวาน ซึ่งทำให้ชะลอการสร้าง insulin ซึ่งเป็น hormone ที่ส่งเสริมให้ร่างกายสะสมไขมัน ดังนั้น ร่างกายจึงเผาผลาญไขมันแทนที่จะสะสมไขมัน
- SAPONINS
Saponins พบมากในเมล็ดชา ถูกนำมาใช้เป็น emulsifier ในอุตสาหกรรม โดยอุตสาหกรรมการผลิตฟิล์มถ่ายภาพ ปัจจุบันมีความสนใจที่จะนำ Saponins จากเมล็ดและใบชามาใช้ในทางเภสัชกรรม โดยพบว่า saponins มีคุณสมบัติต้าน influenza และจุลชีพหลายชนิด ต้านการอักเสบ และต้านการแพ้
- L-THEANINE
L-Theanine เป็นกรด amino ที่พบเฉพาะในชาและพืชตระกูล Camellia บางสายพันธุ์ ในปริมาณ 1-2 % ของน้ำหนักใบแห้ง ซึ่งเป็นมากกว่า 50 % ของกรด amino อิสระทั้งหมดในใบชา theanine ในชาญี่ปุ่นทำให้เกิดรสอร่อยที่ เรียกว่า omami จึงนำมาใช้เพิ่มรสชาติของอาหารได้ นอกจากนั้น theanine ยังมีฤทธิ์กับประสาทส่วนกลาง Kobayashi และคณะ(1998) ทดลองในอาสาสมัครและสัตว์ทดลองโดยให้รับประทาน สารละลาย theanine ความเข้มข้น 200 มิลลิกรัม ต่อ น้ำ 10 มิลลิลิตร หลังจากนั้น 40 นาที พบว่า คลื่นคลื่นสมองของทั้งคนและสัตว์ทดลองเป็น α-waves ชัดเจน α-waves นี้เป็นคลื่นสมองที่สร้างขึ้นมาในสภาวะที่ร่างกายผ่อนคลาย Foxe (2007) ทดลองในอาสาสมัคร พบว่า theanine ถูกดูดซึมที่ลำไส้เล็ก และผ่าน blood-brain barrier ไปมีผลกับ neurotransmitters ของสมอง และเพิ่มกิจกรรมของ α-waves ส่งผลให้ระบบประสาทผ่อนคลายสงบแต่ตื่นตัว
- VITAMINS
ในชาเขียวญี่ปุ่นมี Vitamins ที่มีคุณสมบัติเป็น antioxidant อยู่มาก เช่น vitamin C, vitamin E และ β-carotene ในชาเขียวญี่ปุ่นมี vitamin C ประมาณ 280 mg ใน 100 g ของน้ำหนักใบชาแห้ง ซึ่งจะละลายไปในกระบวนการผลิตชาอูหลงและชาดำ จึงทำให้ชาอูหลงและชาดำมีปริมาณ vitamin C ที่ต่ำมาก (Anonymous, 1991) vitamin C สามารถลด peroxidation ของไขมันในตับ ทั้งยังมีคุณสมบัติเป็น antimutagenic ส่วน vitamin E นั้นพบประมาณ 70 mg ใน 100 g ของน้ำหนักใบชาแห้ง vitamin E และ β-carotene ไม่สามารถละลายได้ในน้ำ จะต้องกินใบชาจึงจะได้รับ vitamin E และ β-carotene
| ร้านค้าอัพเดท | 30 พ.ย. 2568 |